ข่าวสาระสังคมฯ

แตกตื่น อุกกาบาตถล่มรัสเซีย บาดเจ็บเพียบ

            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุตกตะลึงเมื่อ อุกกาบาต ที่ติดไฟ ตกในเขตเชลยาบินสก์ เทือกเขาอูราล ทางภาคกลางของรัสเซีย ซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่          โดยนางอีรินา รอสซิอุส โฆษกหญิงกระทรวงสภาวการณ์ฉุกเฉิน รัสเซีย แถลงรายละเอียดเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น อุกกาบาต ซึ่งไม่ทราบขนาดแน่ชัด เนื่องจากบางส่วนลุกไหม้ระหว่างลอยผ่านชั้นบรรยากาศโลกได้พุ่งลงมา ก่อนที่จะระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในท้องฟ้า ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดและแสงสว่างจ้า สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านและผู้พบเห็น         ทั้งนี้เศษชิ้นส่วนของ อุกกาบาต ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนของชาวบ้านกว่า 6 เมือง ในเขตเชลยาบินสก์ รายงานข่าวยังระบุว่า มีประชาชนกว่า 400 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเศษกระจกบาดที่เกิดขึ้นจากสะเก็ดอุกกาบาต และมี 3 รายอาการสาหัส ล่าสุดทางการรายงานว่าเพิ่มเป็น 500 คนแล้ว
           อย่างไรก็ตามสื่อต่างประเทศบางสำนักอ้างว่า เหตุที่ทำให้ระเบิดนั้น เกิดจากน่วยป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพอากาศรัสเซียได้ทำการยิงอุกกาบาตลูกดังกล่าว

http://youtu.be/TW9aETMZV4s

จาก :  http://www.youtube.com/watch?v=TW9aETMZV4s

ข่าวก่อนหน้าที่จะมีข่าวอุกาบาตที่รัสเซีย

อุกาบาต เฉี่ยวโลก 15-16 กุมถาพันธ์ 2556

จาก : http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=3ROMp1FWRr8

ก่อนหน้านี้ยังมีข่าวเกียวกับอุกาบาตมาให้เราเห็นอยู่บ่อยๆเช่น

          วัตถุจากฟากฟ้า ? (อุกาบาต)ได้ปรากฏเหนือท้องฟ้า ในเมืองโบราณของเปรู แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ทราบว่า ตกอยู่ในที่จุดใดของเมือง. ข่าวจาก Thai TBS.

จาก :  http://www.youtube.com/watch?feature=fvwp&v=dwczcfLUwvU&NR=1

จาก :  http://www.youtube.com/watch?feature=player_detailpage&v=iiTMoLD0rjU

หน้าผาทางการคลังคืออะไร (Fiscal cliff)

            สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญในระยะนี้และคาดว่าน่าจะต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี คือ ความกังวลที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังจะตก “หน้าผาทางการคลัง” (Fiscal cliff) คำถามก็คือ อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าหน้าผาทางการคลัง และเหตุใดจึงกลายเป็นประเด็นที่ผู้คนทั่วโลกต้องจับตามอง 

574602_10151426429163277_1027395691_n

ภาพจาก  :  http://sphotos-e.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/574602_10151426429163277_1027395691_n.jpg

            หน้าผาทางการคลัง คือ การที่เศรษฐกิจของประเทศสูญเสียแรงขับเคลื่อนทางการคลังอย่างฉับพลันและรุนแรง เนื่องจากมาตรการด้านการคลังชั่วคราวที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในยามที่เกิดวิกฤตินั้นสิ้นสุดลง ยิ่งมาตรการนั้นๆ มีขนาดใหญ่มากเท่าไร เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของมาตรการก็จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจสูญเสียแรงส่งมากขึ้นเท่านั้น และนั่นหมายถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจถูกฉุดให้ลดต่ำลงหรืออาจรุนแรงถึงขั้นเศรษฐกิจถดถอยก็เป็นได้ ดังนั้นเหตุการณ์เช่นนี้จึงเปรียบเสมือนกับว่าเศรษฐกิจ “ตกหน้าผาทางการคลัง” 
              คำว่า Fiscal Cliff หรือแปลเป็นไทยตรงตัวว่า “หน้าผาทางการคลัง” เป็นคำที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เบน เบอร์นันเก้ ใช้เรียกสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีเหตุการณ์สำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับฐานะทางการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯอย่างมีนัยสำคัญ โดยเหตุการณ์ที่สำคัญ 2 เหตุการณ์ได้แก่ การสิ้นสุดของมาตรการลดหย่อนภาษีหลายๆมาตรการ และการเริ่มต้นของมาตรการการปรับลดงบประมาณของภาครัฐฯ
ในส่วนของมาตรการลดหย่อนภาษีนั้น ในสิ้นปีนี้ จะมีมาตรการลดหย่อนภาษีหลายมาตรการสิ้นอายุลง โดยมาตรการภาษีที่สำคัญที่สุด คือมาตรการการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งได้บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2546 ในสมัยประธานาธิบดีจอร์ช บุช เพื่อปรับลดอัตราภาษีที่บุคคลธรรมดาจะต้องเสียลง ทำให้ประชาชนมีรายได้คงเหลือเพิ่มขึ้น และช่วยให้เกิดการใช้จ่าย และการบริโภคในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น
            นอกเหนือจากมาตรการภาษีแล้ว ยังมีมาตรการทางด้านการปรับลดงบประมาณรายจ่าย หรือการขาดดุลของภาครัฐบาลอีกด้วย เนื่องจากในปีที่ผ่านมา สหรัฐฯประสบกับปัญหาภาระหนี้ชนเพดานหนี้ (วงเงินสูงสุดที่รัฐบาลจะกู้ได้) ทำให้ต้องมีการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มเติม โดยเงื่อนไขหนึ่งที่ต้องทำเพื่อการปรับเพิ่มเพดานดังกล่าว รัฐบาลสหรัฐฯจะต้องมีการดำเนินการปรับลดรายจ่ายของภาครัฐลงมาด้วย และหากไม่สามารถทำได้ตามเป้าที่กำหนดไว้ ก็จะมีการปรับลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐแบบอัตโนมัติ (Sequestration) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 มกราคม 2556 นี้

อ้างอิง

จาก : http://www.scbeic.com/THA/document/knowledge_fiscal/

จาก : http://www.kasikornasset.com/TH/MarketUpdate/Pages/FiscalCliff_.aspx

จาก : http://www.youtube.com/watch?v=InMG7VuGYoM

ชาวบ้านเซ็งค่าไฟขึ้น

175877

            เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกพ.มีมติเห็นชอบการประกาศปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่ ประจำเดือน ม.ค. – เม.ย. 56 ขึ้น 4.04 สต.ต่อหน่วย  เมื่อรวมกับเอฟทีเดิมเอฟทีงวดนี้จึงเท่ากับ 52.04  สต.ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประชาชนเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานจะปรับเพิ่มขึ้นจาก 3.72 บาทต่อหน่วยเป็น 3.76 บาทต่อหน่วย              ทั้งนี้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเอฟทีที่ปรับขึ้นเกิดจากต้นทุนค้างจ่ายของประชาชนที่ กฟผ.แบกรับภาระไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่การลดค่าไฟฟ้าช่วงน้ำท่วมเมื่อปลายปี 54 -ต้นปี 55 โดยช่วงนั้น กฟผ.แบกรับภาระกว่า 10,000 ล้านบาท และทาง กกพ.พิจาณาเกลี่ยต้นทุนภาระดังกล่าวคืนแก่ กฟผ. จนทำให้งวดนี้เหลือเพียง 5,131 ล้านบาท และจะมีการเกลี่ยอย่างต่อเนื่องโดยงวดหน้าเหลืออีกประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท จะมีผลทำให้คาดว่าค่าไฟฟ้างวดต่อไปยังปรับเพิ่มขึ้น             “กกพ.ได้พิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาวะเศรษฐกิจ และไม่ต้องการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน จึงเห็นชอบให้มีการปรับขึ้นในอัตราดังกล่าว จากเดิมที่หน่วยงานผลิตไฟฟ้าเสนอปรับขึ้นมาในอัตรา 13.57 สต.ต่อหน่วย โดยต้นทุนที่มีภาระในส่วนนี้ได้ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมรับภาระแทนประชาชนเป็นการชั่วคราวไปก่อนวงเงิน 5,131 ล้านบาท              นายดิเรก กล่าวว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังเกิดจากประเทศพม่าจะหยุดจ่ายก๊าซชั่วคราวประมาณเดือน ก.พ. และเดือนเม.ย. นี้  ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าต้องมีการใช้น้ำมันทดแทนก๊าซธรรมชาติบางส่วน จึงทำให้ต้นทุนขยับสูงขึ้น ประกอบกับราคาก๊าซธรรมชาติที่ทรงตัวระดับสูง              ทางด้านนายสมมาต ขุนเศษฐ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ค่าเอฟทีที่เพิ่มขึ้น 4.04 สต.ต่อหน่วยนั้นไม่ถือว่าสูงมาก แต่ที่ภาคอุตสาหกรรมกังวลคือค่าเอฟทีปรับขึ้นมาตลอดทุกๆ 4 เดือน ส่งผลให้ค่าเอฟทีสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดไปอยู่ที่ 52 สต.ต่อหน่วยแล้ว หากเป็นแบบนี้ต่อไปก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ดังนั้นต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องค่าไฟฟ้าบ้าง ไม่อย่างนั้นทั้งภาคธุรกิจและประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนแน่นอน

อ้างอิง

จาก : http://www.dailynews.co.th/businesss/175877

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: